ศิลปะและงานประติมากรรมของโรมันในยุคปัจจุบัน

1

ศิลปะโรมันส่วนใหญ่ได้รับอิทธิพลจากกรีกซึ่งมีองค์ประกอบที่ประณีต งดงาม แต่ศิลปะของโรมันเน้นความใหญ่โตมโหฬาร มีความหรูหรา สง่างาม มั่นคงแข็งแรง สถาปัตยกรรมโรมันมีชื่อเสียงมาก โรมันเป็นชาติแรกที่คิดค้นสร้างคอนกรีตได้ สามารถใช้คอนกรีตหล่อขึ้นเป็นโครงสร้างรูปโดมช่วยทำให้การก่อสร้างอาคารมีขนาดใหญ่ขึ้น สถาปัตยกรรมของโรมันที่มีชื่อเสียงได้แก่ วิหารแพนเธออน โคลอสเซียม เป็นสนามกีฬารูปกลมรีขนาดใหญ่มหึมาสามารถจุคนดูได้ถึง 50,000คน นอกจากงานสถาปัตยกรรมดังกล่าวแล้ว ชาวโรมันยังสร้างสะพานโค้งข้ามแม่น้ำและส่งน้ำข้ามหุบเขาต่าง ๆ เป็นจำนวนมาก สิ่งก่อสร้างที่มีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักกันทั่วโลก คือ ประตูชัย สร้างขึ้นเพื่อสรรเสริญ และฉลองชัยของทหารโรมัน โดยสร้างเป็นประตูโค้งขนาดใหญ่สำหรับให้ทหารเดินทัพผ่านเมื่อออกสงครามหรือภายหลังได้รับชัยชนะ ประดับด้วยภาพประติมากรรมนูนสูงอย่างสง่างาม

งานประติมากรรมของโรมันมีไม่มาก ส่วนใหญ่ขนย้ายมาจากกรีก มีการสร้างสรรค์ขึ้นเองบ้างแต่เป็นส่วนน้อยนอกนั้นทำเลียนแบบกรีกทั้งหมด ผลงานที่พบในกรุงโรมได้แก่ ภาพเลาคูนกับบุตรชายกำลังถูกงูกัด เป็นผลงานที่นำมาจากกรีก นอกนั้นได้แก่ภาพประติมากรรมของบุคคลสำคัญในยุคนั้น เช่น รูปจูเลียสซีซาร์ รูปจักรพรรดิออกัสตัส รูปจักรพรรดิคาราคัลลา รูปจักรพรรดิเนโร เป็นต้น งานจิตรกรรมของโรมัน มีการค้นพบภาพเขียนจิตรกรรมฝาผนังที่ยังอยู่ในสภาพดีมากมาย ส่วนใหญ่เป็นภาพที่แสดงถึงเรื่องราวในชีวิตประจำวันของชาวโรมันนอกนั้นเป็นภาพในเทพนิยาย เหตุการณ์ในประวัติศาสตร์ลักษณะของภาพยังมีความงามที่สมบูรณ์ เป็นภาพเขียนสีและประดับด้วยหินสี (Mosaic) อย่างประณีต สวยงาม

ศิลปะไบแซนไทน์เป็นศิลปะที่มีลักษณะเชื่อมโยงความคิด และรูปแบบระหว่างตะวันตกกับตะวันออกเข้าด้วยกัน มีศูนย์กลางอยู่ที่กรุงคอนสแตนติโนเปิล ศิลปะมีลักษณะใหญ่โต คงทนถาวร ประดับตกแต่งด้วยการใช้พื้นผิว อย่างหลากหลาย งานสถาปัตยกรรมที่โดดเด่นที่สุดของไบแซนไทน์ คือการทำหลังคาเป็นรูปกลม ต่างจากหลังคาของศิลปะโรมัน ที่ทำเป็นรูปโค้ง หลังคากลมแบบไบแซนไทน์ ภายนอกเรียกว่าโดม หลังคากลมช่วยให้สามารถสร้างอาคารได้ใหญ่โตมากขึ้น สิ่งก่อสร้างที่เป็นแบบฉบับของศิลปะดังกล่าว ได้แก่ โบสถ์เซนต์โซเฟีย ในกรุงคอนสแตนติโนเปิล โบสถ์เซนต์มาร์โค ที่เมืองเวนิส ประเทศอิตาลี

ลักษณะของภาพจิตรกรรมและงานจิตรกรรมที่นิยมสร้างสรรค์ขึ้นในปัจจุบัน

9

จิตรกรรมเป็นผลงานศิลปะที่แสดงออกด้วยการขีดเขียน การวาดและระบายสี เพื่อให้เกิดภาพเป็นงานศิลปะที่มี 2 มิติ เป็นรูปแบน ไม่มีความลึกหรือนูนหนาแต่สามารถเขียนลวงตาให้เห็นว่ามีความลึกหรือนูนได้ ความงามของจิตรกรรมเกิดจากการใช้สีในลักษณะต่าง ๆ กัน องค์ประกอบสำคัญของงานจิตรกรรม คือ ผู้สร้างงาน หรือ ผู้วาด เรียกว่า จิตรกร วัสดุที่ใช้รองรับการวาด เช่น กระดาษ ผ้า ผนัง ฯลฯ สี เป็นสิ่งที่แสดงออกถึงเนื้อหา เรื่องราวเกี่ยวกับผลงาน งานจิตรกรรมเป็นงานศิลปะที่เก่าแก่ดั้งเดิมของมนุษย์ เริ่มตั้งแต่การขีดเขียนบนผนังถ้ำบนร่างกายบนภาชนะเครื่องใช้ต่างๆ จนพัฒนามาเป็นภาพวาดที่ใช้ประดับตกแต่งในปัจจุบัน การวาดภาพเป็นพื้นฐานของงานศิลปะทุกชนิด ผู้สร้างสรรค์งานจิตรกรรมเรียกว่า จิตรกร งานจิตรกรรม แบ่งออกได้ 2 ชนิด คือ การวาดเส้น เป็นการวาดภาพโดยใช้ปากกาหรือดินสอ ขีดเขียนลงไปบนพื้นผิววัสดุรองรับเพื่อให้เกิดภาพ การวาดเส้น คือ การขีดเขียนให้เป็นเส้นไม่ว่าจะเป็นเส้นเล็กหรือเส้นใหญ่ ๆ มักมีสีเดียวแต่ การวาดเส้นไม่ได้จำกัดที่จะต้องมีสีเดียว อาจมีสีหลายๆ สีก็ได้การวาดเส้นจัดเป็นพื้นฐานที่สำคัญของงานศิลปะแทบทุกชนิด อย่างน้อยผู้ฝึกฝนงานศิลปะควรได้มีการฝึกงานวาดเส้นให้เชี่ยวชาญเสียก่อน ก่อนที่จะไปทำงานด้านอื่น ๆ ต่อไป การระบายสี เป็นการวาดภาพโดยการใช้พู่กัน หรือแปรงหรือวัสดุอย่างอื่นมาระบายให้เกิดเป็นภาพการระบายสีต้องใช้ทักษะการควบคุมสีและเครื่องมือมากกว่าการวาดเส้นผลงานการระบายสีจะสวยงามเหมือนจริงและสมบูรณ์แบบมากกว่าการวาดเส้น

งานจิตรกรรมที่นิยมสร้างสรรค์ขึ้นมีหลายลักษณะดังนี้ คือ ภาพหุ่นนิ่ง เป็นภาพวาดเกี่ยวกับสิ่งของเครื่องใช้หรือวัสดุต่างๆ ที่ไม่มีการเคลื่อนไหวเป็นสิ่งที่อยู่กับที่ภาพคนทั่วไปแบ่งได้ 2 ชนิด คือภาพคน เป็นภาพที่แสดงกิริยาท่าทางต่าง ๆ ของมนุษย์ โดยไม่เน้นแสดงความเหมือนของใบหน้าภาพคนเหมือนเป็นภาพที่แสดงความเหมือนของใบหน้าของคน ๆ ใดคนหนึ่งภาพสัตว์ แสดงกิริยาท่าทางของสัตว์ทั้งหลาย ในลักษณะต่าง ๆภาพทิวทัศน์ เป็นภาพที่แสดงความงาม หรือความประทับใจในความงาม ของธรรมชาติ หรือสิ่งแวดล้อม ของศิลปินผู้วาด ภาพทิวทัศน์ยังแบ่งเป็นลักษณะต่าง ๆ ได้อีก คือภาพทิวทัศน์ผืนน้ำ หรือ ทะเล ภาพทิวทัศน์พื้นดิน ภาพทิวทัศน์ของชุมชนหรือเมือง ภาพประกอบเรื่องเป็นภาพที่เขียนขึ้นเพื่อบอกเล่าเรื่องราว หรือถ่ายทอดเหตุการณ์ต่าง ๆ ให้ผู้อื่นได้รับรู้ โดยอาจเป็นทั้งภาพประกอบเรื่องในหนังสือ พระคัมภีร์ หรือภาพเขียนบนฝาผนังอาคาร สถาปัตยกรรมต่าง ๆ และรวมถึงภาพโฆษณาต่างภาพองค์ประกอบ เป็นภาพที่แสดงความสัมพันธ์ขององค์ประกอบของศิลปะและลักษณะในการจัดองค์ประกอบเพื่อให้เกิดความรู้สึกต่าง ๆ ตามความต้องการของผู้สร้างโดยที่อาจไม่เน้นแสดงเนื้อหาเรื่องราวของภาพหรือ แสดงเรื่องราวที่มาจากความประทับใจ โดยไม่ยึดติดกับความเป็นจริงตามธรรมชาติชนิดนี้ ปรากฏมากในงานจิตรกรรมสมัยใหม่ ภาพลวดลายตกแต่งเป็นภาพวาดลวดลายประกอบเพื่อตกแต่งสิ่งต่าง ๆ ให้เกิดความสวยงามมากขึ้น เช่น การวาดลวดลายประดับอาคาร สิ่งของเครื่องใช้ ลวดลายสัก ฯลฯ

 

การใช้ศิลปะบำบัดเพื่อช่วยในการเยียวยาผู้ป่วย

3

ศาสตร์อย่างหนึ่งที่ช่วยปรับสมดุลข้างในจิตใจของผู้ที่เสียสมดุลให้กลับมาสู่โลกปกติ หรือภาวะที่กลับคืนมาสู่ความเป็นตัวเอง ซึ่งการเสียสมดุลในชีวิตนั้นสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกเพศ ทุกวัย ไม่ว่าจะเป็นเด็ก ผู้ใหญ่ หรือคนชรา และมาจากหลายๆ สาเหตุที่แตกต่างกัน จนทำให้สุขภาพกายและสุขภาพจิตแย่ลง เช่น เกิดภาวะความเครียดหรืออาการเจ็บป่วยบางอย่าง หรือเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย หรือติดยาเสพติด เป็นต้น นอกจากนี้เรายังใช้ศิลปะในการบำบัดกับเด็ก 2 กลุ่มใหญ่คือ กลุ่มเด็กพิเศษ เช่น ออทิสติก แอสเพอเกอร์ ดาวน์ซินโดรม และกลุ่มเด็กที่มีปัญหาด้านพฤติกรรมหรืออารมณ์

ศิลปะนั้นสามารถเป็นเครื่องมือปลอบประโลมและขับกล่อมจิตใจ หันเหความสนใจออกจากความเจ็บปวดและความกังวล การประกอบกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์ยังช่วยเพิ่มความมั่นใจในตนเอง เพิ่มความรู้สึกถึงคุณค่าของตนเอง และแรงขับเคลื่อนสำหรับชีวิต ศิลปะไม่เชิงเป็นรูปแบบหนึ่งของการสื่อสาร แต่เป็นเสียงที่สะท้อนออกมาจากภายใน ศิลปะไม่เพียงแค่เป็นการเปิดช่องทางการสื่อสารระหว่างโลกภายในและโลกภายนอก ประสบการณ์ต่อประสบการณ์ คนสู่คน ผู้ดูแลกับผู้ป่วย แต่ศิลปะถือเป็นเครื่องมือที่สามารถใช้ในการบำบัดเยี่ยวยาตนเองได้จริง

ศิลปะบำบัด เป็นกระบวนการสร้างสรรค์ในการทำศิลปะนั้นเป็นการเยียวยาและยกระดับชีวิตให้ดีขึ้น และเป็นการสื่อสารความคิดความรู้สึกในรูปแบบที่ปราศจากคำพูด เช่นเดียวกับการบำบัดทางจิตวิทยารูปแบบอื่นๆหรือจิตวิทยาการปรึกษา มันถูกใช้เพื่อส่งเสริมการงอกงามทางจิตใจของแต่ละบุคคล ช่วยให้เข้าใจตนเองมากขึ้น และช่วยในการบำบัดรักษาทางด้านอารมณ์ คนทุกคนมีศักยภาพในการที่จะแสดงออกในเชิงสร้างสรรค์ และชิ้นผลงานนั้นไม่สำคัญเท่ากับกระบวนการเชิงบำบัดที่เกี่ยวข้อง ความสำคัญมิได้เจาะจงอยู่ที่คุณค่าทางสุนทรียศาสตร์ของการทำศิลปะแต่อยู่ที่การนำพาความต้องการการบำบัดของบุคคลให้ได้แสดงออก

การทำศิลปะบำบัด

1) Established rapport เป็นขั้นแรกของการบำบัด สร้างสัมพันธภาพระหว่างผู้บำบัดกับผู้รับการบำบัด ซึ่งรวมถึงการประเมินสภาพปัญหา และวางแผนการบำบัดรักษาด้วย
2) Exploration เป็นขั้นของการสำรวจ ค้นหา วิเคราะห์ปมปัญหา ความขัดแย้งภายในส่วนลึกของจิตใจ
3) Experiencing เป็นขั้นการบำบัด โดยดึงประสบการณ์แห่งปัญหาขึ้นมาจัดเรียง ปรับเปลี่ยน แก้ไขใหม่ ในมุมมองและสภาวะใหม่
4) Empowerment เป็นขั้นสุดท้ายของการบำบัด โดยเสริมสร้างความภาคภูมิใจในตนเอง และให้โอกาสแห่งการเปลี่ยนแปลง

ศิลปะสมัยใหม่ที่พัฒนามาจากวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ทัศนศิลป์ที่เปลี่ยนแปลงลักษณะรูปแบบศิลปะจากอดีตที่ปรากฏและสืบต่อกันมานาน ไปสู่ลักษณะรูปแบบศิลปะที่แปลกใหม่จากเดิมด้วยเหตุผลและเงื่อนไขอันหลากหลาย โดยพิจารณาทั้งรูปแบบ เนื้อหา และเทคนิค ดังนั้นจุดเริ่มต้นของทัศนศิลป์สมัยใหม่ของตะวันตก นักวิชาการด้านทัศนศิลป์ส่วนใหญ่ได้ถือเอาทัศนศิลป์แบบอิมเพรสชันนิสม์เป็นจุดเริ่มต้น เนื่องจากความเจริญทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มีผลทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางศิลปะอย่างขนานใหญ่ ทั้งรูปแบบและจุดประสงค์ โดยเฉพาะสร้างสรรค์งานจิตรกรรม ศิลปินยุคใหม่ต่างพากันปลีกตัวออกจากการยึดหลักวิชาการ ซึ่งเป็นกฎเกณฑ์ที่มีรากฐานมาจากศิลปะกรีกและโรมัน มาใช้ความรู้สึกนึกคิดและความคิดสร้างสรรค์ของแต่ละคนอย่างอิสระ แยกศิลปะออกจากศาสนาโดยสิ้นเชิง ศิลปะจึงเป็นเรื่องส่วนตัวของบุคคลอย่างแท้จริง

งานศิลปะสมัยใหม่ เป็นรูปแบบเฉพาะของศิลปินแต่ละคน เน้นความเป็นตัวของตัวเองของศิลปินแต่ละกลุ่มซึ่งมีมากมายหลายกลุ่ม แต่ละกลุ่มก็มีแนวคิด เทคนิค วิธีการที่แตกต่างกันออกไปอย่างหลากหลาย บ้างก็สะท้อนสภาพสังคม บ้างก็แสดงมุมมองบางอย่างที่แตกต่างออกไป บ้างก็แสดงภาวะทางจิตของศิลปิน และกลุ่มชน บ้างก็แสดงความประทับใจในความงามตามธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งได้มีการนำเอาวัสดุอุปกรณ์แบบใหม่ ๆรวมถึงเครื่องจักรกลเข้ามาใช้ในการสร้างสรรค์งานมากขึ้น การบริโภคหรือการสนับสนุนงานศิลปะไม่จำกัดอยู่ที่ชนชั้นสูง ขุนนาง หรือผู้ร่ำรวยเท่านั้น แต่ยังตอบสนองต่อประชาชนทั่วไปอีกด้วย

ศิลปะสมัยใหม่ของไทย ซึ่งเป็นแบบที่มีความแตกต่างกันจนยากที่จะกล่าวอย่างผิวเผินได้ วัสดุและเทคนิคใหม่ๆ รวมทั้งการเปลี่ยนแปลงโลกทัศน์อย่างรวดเร็ว พร้อมทั้งผลผลิตของเครื่องจักรกล ได้สะท้อนไปสู่งานศิลปะทำให้รูปแบบของศิลปะมีความหลายหลายมากยิ่งขึ้น ในขณะเดียวกันความรู้ทางด้านจิตวิทยาและวิชาฟิสิกส์ได้จัดแจงรูปแบบความคิดของศิลปินที่มีต่อมนุษย์และโลกทางกายภาพขึ้นใหม่ อย่างไรก็ตามปรากฏการณ์ต่างๆเหล่านี้ไม่สามารถที่จะอธิบายให้เข้าใจอย่างง่ายๆได้ แม้ว่าแนวโน้มศิลปะหลายๆแบบจะได้พยายามลดคุณค่าแบบอย่างศิลปะส่วนตนไปบ้าง แต่แนวโน้มที่แพร่หลายไปนี้ก็เน้นหนักที่ความคิดริเริ่มเป็นสำคัญ ลักษณะสำคัญของงานศิลปะสมัยใหม่ จึงเป็นปฏิกิริยาที่ศิลปินแต่ละคนแสดงออกต่อโลก รอบตัว การค้นหาอาณาจักรความฝันเฟื่องของแต่ละคน การสร้างโลกทัศน์ใหม่ ของตัวเองจากวัสดุ และเทคนิควิธีการที่แปลกใหม่ไปจากเดิม

แท็บเล็ตเทคโนโลยีเพื่องานศิลปะและการออกแบบดิจิตอลระดับสูง


วิชาศิลปะเป็นวิชาหนึ่งที่หลายมักตั้งคำถามว่า จะใช้แทบเล็ตเป็นเครื่องมือเพื่อเรียนศิลปะได้อย่างไร เพราะแทบเล็ตเป็นเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ไม่ใช่วัสดุสำหรับการเรียนศิลปะที่ครูอาจารย์คุ้นเคย แต่ความจริงแล้ว Apps (หรือ Application) เกี่ยวกับศิลปะ (Art) ในแทบเล็ตสามารถช่วยให้เรียนศิลปะสนุกขึ้น เช่น การจับคู่สี การผสมสี ฯลฯ แทบเล็ตยังเป็นเครื่องมือในการออกแบบงานศิลปะ ซึ่งนักเรียนสามารถร่างแผนงานไว้บนกระดาษก่อน แล้วจึงลงมือทำจริง นักเรียนสามารถใช้ปากกา (stylus pen) สำหรับแทบเล็ตในการวาดภาพเพื่อให้เกิดความแม่นยำมากยิ่งขึ้น เมื่อนักเรียนวาดภาพเสร็จแล้ว ก็สามารถแบ่งปันผลงานของตนเองให้นักเรียนคนอื่นได้ชื่นชม วิพากษ์วิตารณ และเสริมแรงเพื่อนได้ด้วย

โรงเรียนสอนศิลปะหรือหลักสูตรศิลปะของคุณจะทำงานร่วมกับนักเรียนเพื่อสร้างทักษะ ดึงศักยภาพ และเตรียมพวกเขาให้พร้อมรับความสำเร็จในหน้าที่การงาน ไม่ว่าพวกเขาจะไล่ตามความฝันเกี่ยวกับแอนิเมชัน การพัฒนาเกม การออกแบบแฟชั่น การออกแบบผลิตภัณฑ์ ภาพยนตร์ การถ่ายภาพ และการออกแบบกราฟิกก็ตาม นักเรียนต้องมีความรู้ในเรื่องหลักสูตรที่ทดสอบตามเวลาและพื้นฐานวิชา เช่นเดียวกัน ทุกวันนี้เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ แท็บเล็ต Cintiq Companion, จอพร้อมปากกาเพื่อการสร้างสรรค์ Cintiq และแท็บเล็ต Intuos Pro ของเราคือองค์ประกอบสำคัญที่มอบการฝึกฝนและประสบการณ์ที่นักเรียนต้องการ

การริเริ่มนำกราฟิกแท็บเล็ตยยกระดับอิสระของการแสดงจินตนาการและเร่งการพัฒนาด้านการสร้างสรรค์ และจอพร้อมปากกาแบบเดียวกับที่บรรดามืออาชีพใช้กันในสตูดิโอและเอเจนซี่ชั้นนำของอุตสาหกรรมมาใช้กับนักเรียนศิลปะและการออกแบบที่เปี่ยมแรงบันดาลใจจะช่วยยกระดับอิสระของการแสดงจินตนาการและเร่งการพัฒนาด้านการสร้างสรรค์ การป้อนข้อมูลด้วยปากกาทำให้นักเรียนทำงานได้อย่างลื่นไหล ไม่ว่าพวกเขาจะวาดภาพ รังสรรค์การออกแบบใหม่ๆ สร้างโมเดล 3 มิติ หรือแก้ไขภาพถ่าย การนำผลิตภัณฑ์เพื่อการสร้างสรรค์ของเราไปใช้ในห้องเรียนให้ประโยชน์ที่สำคัญยิ่ง

– สอนให้นักเรียนใช้ผลิตภัณฑ์ที่พวกเขาจะนำไปใช้ในการประกอบอาชีพ
– รับประกันได้ว่านักเรียนจะมีเครื่องมือที่จำเป็นในการสร้างแฟ้มผลงานที่รวบรวมความสำเร็จในอาชีพ
– ดึงดูดนักเรียนที่มีคุณสมบัติเหมาะสมได้อย่างมากด้วยอุปกรณ์ที่ทันสมัย

ความสำเร็จของนักเรียนในหลักสูตรศิลปะของคุณขึ้นอยู่กับคำแนะนำของผู้สอนที่เปี่ยมทักษะ ความสามารถในการสร้างปฏิสัมพันธ์กับนักเรียน และการช่วยเหลือสนับสนุน เป้าหมายคือการช่วยให้ผู้สอนและนักเรียนศิลปะและการออกแบบประสบความสำเร็จให้ได้มากที่สุด